ลพบุรี

ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดลพบุรี

คำขวัญประจำจังหวัดลพบุรี

วังนารายณ์คู่บ้าน  ศาลพระกาฬคู่เมือง  ปรางค์สามยอดลือเลื่อง  เมืองแห่งดินสอพอง

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง  แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์


วิสัยทัศน์จังหวัดลพบุรี

"ฐานการผลิตอาหารปลอดภัย ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้
เมืองน่าอยู่มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน "

ตราประจำจังหวัดลพบุรี

รูปพระนารายณ์ประทับ ยืนหน้าพระปรางค์สามยอด


ประวัติลพบุรี

        จังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลาง ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศ มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก จังหวัดลพบุรีจึงเป็น "เมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว ศูนย์การศึกษาของภาคกลางตอนบน และยังเป็นเมืองทหารอีกด้วย" และนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ พระปรางค์สามยอด และ ทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีลิงอาศัยอยู่มาก และนับว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดลพบุรีเป็นจำนวนมาก

ประเพณีประจำท้องถิ่น

งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ

        เป็นงานประจําปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ความเป็นเอกลักษณ์ของงานคือ การแต่งกายชุดไทยและเป็นงานที่รําลึกถึง องค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับเมืองลพบุรีผู้ที่มาเที่ยวชมงานจะแต่งกายด้วยชุดไทยอย่างสวยสดงดงาม สร้างบรรยากาศความคึกคัก ความตื่นตาตื่นใจ ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูและสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยด้วยอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความรู้ทางประวัติศาสตร์ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีซึ่งจะมีความคึกคัก เป็นพิเศษในห้วงของการจัดงาน

        ในส่วนของกิจกรรมต่างๆ จะมีขบวนแห่ประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในวันเปิดงานพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณวงเวียนพระนารายณ์ พร้อมทั้งการรําถวาย และ ยังมีการแสดงบนเวทีกลางมากมาย การแสดงหมากรุกคน ตลาดย้อนยุคลานวัฒนธรรม และ อาหารพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การจําหน่ายสินค้า OTOP และของดีจังหวัดลพบุรีรวมทั้งกิจกรรมที่วัดปืน มีการแข่งขันหมากรุกระดับเซียนหมากรุกระดับประเทศการประกวดปลากัดสวยงาม


การแสดงประจำท้องถิ่น

การแสดงระบำลพบุรี

        เป็นระบำโบราณคดีเพลงหนึ่ง เกิดขึ้นโดยเลียนแบบลักษณะท่าทางของเทวรูป ภาพเขียน ภาพแกะสลัก รูปปั้น รูปหล่อโลหะและภาพศิลาจำหลัก-ทับหลังประตู ตามโบราณสถาน ที่ขุดพบในสมัยลพบุรี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙ 

        ระบำลพบุรีแสดงครั้งแรก เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรในงานเสด็จพระราชดำเนินทางเปิดการแสดงศิลปะโบราณวัตถุในอาคาร สร้างใหม่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๐ 


การละเล่นประจำท้องถิ่น

รำโทน

        รำโทน เป็นการละเล่นพื้นบ้านชนิดหนึ่งของชาวบ้านเมืองลพบุรี นิยมเล่นกันแพร่หลายในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘ เหตุที่เรียกชื่อว่ารำโทน เพราะเดิมเป็นการรำประกอบจังหวะการตี "โทน" ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลักในการเล่น ผู้ที่นิยมเล่นรำโทน คือหนุ่มสาวชาวบ้าน เพลงที่นำมาร้องนั้นใช้วิธีจดจำสืบทอดกันมา เป็นเพลงที่มีเนื้อร้องง่ายๆ เป็นเพลงสั้นๆ ไม่มีชื่อเพลงเฉพาะ เครื่องดนตรี เดิมใช้ "โทน" ตีในจังหวะ ต่อมานิยมใช้ "รำมะนา" แทนเพราะเสียงดังไพเราะและเร้าใจดีกว่า อาจใช้อุปกรณ์อื่นๆ 

        วิธีเล่น ผู้เล่นชายโค้งชวนหญิงออกมารำเป็นคู่ๆ ช่วยกันร้องไปรำตามกันไปเป็นวง นักดนตรีก็ตีโทนให้จังหวะเร้าใจ เพลงหนึ่งๆ จะร้องซ้ำ ๓ - ๔ เที่ยวก็จะเปลี่ยนเพลงต่อไป 

        การแต่งกาย แต่เดิมสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นการแต่งกายแบบพื้นบ้าน 

        สถานที่ในการแสดง ส่วนใหญ่เป็นบริเวณชุมชน ลานบ้าน ลานวัด หรือแม้แต่ในเรือ จึงไม่ต้องเตรียมสถานที่มากในแสดง

อาหารประจำท้องถิ่น

ผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูป

        ปลาส้มฟัก เป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของชาวไทยพวน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ภูมิปัญญาในการแปรรูปอาหารจากปลา ที่สืบทอดกันมานับร้อยปี 

        ขั้นตอนการทำปลาส้มฟัก ชาวบ้านหมี่ใช้เพียงแค่ ปลา เกลือ ข้าวสุกและกระเทียม ก็กลายมาเป็นอาหารแสนอร่อย และเข้าครัวทำ หลนปลาส้มฟัก กินแนมกับผักจากริมรั้วบ้าน ที่นอกจากจะอร่อยแล้วยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านหมี่ ที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำในแต่ละฤดูกาลอีกด้วย



ภูมิปัญญาประจำท้องถิ่น 

ดินสอพอง

        ดินสอพอง ถือเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่เมืองไทยมาช้านาน ซึ่งจัดอยู่ในสมุนไพรจำพวกแร่ธาตุ หรือเรียกว่าเครื่องยาธาตุวัตถุ แต่ถ้าสืบค้นไปก็จะพบว่าดินสอพองเป็นยาสมุนไพรตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จาก “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” ที่กล่าวถึงดินสอพองไว้ว่า “ ให้เอาชานอ้อย กำยาน แก่นคูน กรักขีถาก รมหม้อใหม่ใส่น้ำไว้ จึงเอาดินสอพองเผาให้สุก ใส่ลงในหม้อน้ำนั้นให้คนไข้กินเนืองๆ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ หยุดแล” ซึ่งถือว่าดินสอพองเป็นยาสมุนไพรที่เก่าแก่ และรักษาโรคให้กับผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี



แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น

วังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือ วังนารายณ์

        พระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือที่ชาวเมืองลพบุรีเรียกกันติดปากว่า"วังนารายณ์"เป็นพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดสมัยหนึ่งของเมืองละโว้ ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงโบราณวัตถุและภาพประวัติศาสตร์

        วังนารายณ์ สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2209 สำหรับใช้เป็นที่ประทับ ล่าสัตว์ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง 


ศาลพระกาฬ

        ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนชื่อ วงเวียนศรีสุนทร บนถนนนารายณ์มหาราช ในเขตตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี 

        ตัวศาลตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง สันนิษฐานกันว่าฐานศิลาแลงดังกล่าวเป็นฐานพระปรางค์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หรือสร้างสำเร็จแต่พังถล่มลงมาภายหลัง


พระปรางค์สามยอด

         พระปรางค์สามยอด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ริมทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของลพบุรี มีลักษณะเป็นปราสาทขอม ศิลปะแบบบายน

         ปัจจุบันเหลือเพียงเสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤาษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้ว และวิหารก่ออิฐถือปูนที่ได้ต่อเติมขึ้นมาใหม่เชื่อมกับปราสาทประธานเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในท้องถิ่น

โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

        เป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงดำริให้สร้างเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

ความเป็นมา

         “แม่น้ำป่าสัก” เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดสายหนึ่งของชาวจังหวัดลพบุรีและสระบุรี ประชาชนจะได้ประโยชน์จากแม่น้ำป่าสักอย่างมหาศาล มักจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี เช่น ตำบลมะนาวหวาน ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล และหมู่บ้านใกล้เคียงอีก พื้นที่ในลุ่มน้ำป่าสักก็จะประสบภาวะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค บริโภค 

          กรมชลประทานได้เริ่มศึกษาโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสัก แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงจึงได้ระงับโครงการฯ ต่อมามีการหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้กรมชลประทานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนน้ำ เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก 


การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในท้องถิ่น 

โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สำนักงานงาน กศน.จังหวัดลพบุรี

ความเป็นมา

              สำนักงาน กศน. ได้ร่วมมือ กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อร่วมมือด้านความรักษาความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ โดยให้บุคลากรในสังกัด สำนักงาน กศน. ทุกระดับ นักศึกษา และประชาชน ได้ตระหนักรู้ เกิดความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ และเป็นการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ประชาชนอย่างแพร่หลาย จึงได้มีการดำเนินการร่วมกันจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลขึ้น พร้อมกันทุกตำบล ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙  เพื่อให้การขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติให้สามารถบรรลุเป้าหมาย  และสามารถขายผลในทุกพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมด ๑๒๔ ศูนย์ เพื่อดำเนินงานสนับสนุนแนวทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริ ตลอดจนให้ความร่วมมือส่งเสริมให้สถานศึกษาได้มีการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทในชุมชน ในรูปแบบชุมชนศึกษา และสร้างเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ในระดับพื้นที่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปสู่การปฏิบัติ โดยใช้ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ความรู้ในการพัฒนาแก่ชุมชน

ผลการดำเนินงาน

                ร้อยละ ๘๐ ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ และทักษะกระบวนการคิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับ นำไปสู่การปฏิบัติได้เป็นรูปธรรม นำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน


สมาชิกภายในกลุ่ม

น.ส.ปณิตา           คงคร้าม    รหัส 049

น.ส.เบญจวรรณ   ปานนวล    รหัส 051

น.ส.จิรภัทร           จารุตันติ์    รหัส 062

น.ส.เฉิน อี้ ถิน        บูรณะกิจ  รหัส 063

นาย เดชาวัต          ขันธวิทย์   รหัส 066

น.ส.ดมิสา               สีสาวแห   รหัส 068

น.ส.สุประวีณ์          คุ้มเมือง    รหัส 074

น.ส.ธัญญลักษณ์    ทาบัว        รหัส 082







ความคิดเห็น